ไม่ล้างรถฤดูฝน ระวังสีรถพัง!!

      “อาณาจักรยานยนต์” ทราบดีว่าหลายๆคน ละเลยการล้างรถในช่วงฤดูฝน เพราะถึงล้างรถไป ยังไงฝนตกมา รถก็เปรอะเปื้อนอยู่ดี ล้างไปก็เสียเงินเสียเวลา แต่รู้หรือเปล่าว่าการดองรถไว้ไม่ล้างเลยนานๆ ปล่อยให้คราบเกรอะกรังอยู่แบบนั้น เป็นการทำร้ายสีรถคุณอย่างร้ายแรงเลยล่ะ!!!

เมื่อเราขับมันไปลุยน้ำ ลุยฝน จนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนมาทั้งคัน แถมน้ำฝนที่ขังตามที่ต่างๆ ก็ปนเปื้อนมลพิษ น้ำฝนก็อาจมีฤทธิ์เป็นกรด กัดกร่อนสีรถของคุณให้หม่นหมอง ไม่เงางาม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องล้างรถในฤดูฝน

แนะนำว่าหากคุณไม่มีเวลาล้างรถแบบเต็มขั้น ก็แค่ใช้สายยางฉีดไล่คราบน้ำฝน คราบสกปรก และหาผ้าสะอาดๆ (สำหรับเช็ดรถ) เช็ดให้หมดจดก็ช่วยรักษาสภาพรถได้อย่างง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งเช่นกัน แต่หากคุณอยากให้สีรถสวยเงางามอยู่เสมอ การดูแลแบบครบขั้นตอน จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ˆ
ˆฉีดน้ำล้างรถ

หมั่นล้างรถ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังลุยฝนมาสดๆ ร้อนๆ
เป็นการลดการเกิดคราบฝังแน่น แต่หากไม่มีเวลามากนัก แนะนำให้ใช้สายยางฉีดไล่ฝุ่น โคลน และคราบน้ำฝนออกไป และใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง

เมื่อขับรถลุยฝนมาแล้ว พยายามอย่าจอดรถตากแดด
เพราะจะเป็นการทำร้ายสีรถซ้ำหนักเข้าไปอีก ด้วยแสดงแดดจะทำให้คราบน้ำฝนแห้ง เป็นคราบฝังตัวแน่น และอาจกัดลงลึกถึงเนื้อสีได้

ไม่ควรนำผ้าแห้งมาเช็ดรถในทันทีหลังลุยฝนมา
เพราะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดรอยได้ ด้วยขณะที่เราขับรถลุยฝนนั้น จะมีฝุ่น ทราย โคลน เกาะที่ผิวรถ ดังนั้นควรฉีกล้างออกก่อนจะเป็นการดีที่สุด

ไม่ควรล้างรถ เองในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ
เพราะบางครั้งน้ำที่ตกค้างอยู่ตามซอกซึ่งเราอาจทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง อาจเป็นสาเหตุทำให้รถเป็นสนิมได้

ไม่ควรจอดรถใต้ร่มไม้ที่มียางเกสร ดอก หรือผล
เพราะในฤดูฝน มักมีลมกรรโชกแรง นอกจากต้นไม้จะหักหรือล้มมาโดนรถเราได้แล้ว สิ่งดังกล่าวอาจจะปลิวมาติดรถ และทำให้สีรถเสียหาย เกิดรอยด่างได้ หากเราไม่แก้ไขในทันที

แนะนำให้เคลือบสีรถหากมีเวลา
การเคลือบสีรถนอกจากจะนำให้รถเงางามแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบน้ำฝน หากเคลือบสีบ่อยๆ น้ำจะไม่เกาะที่ตัวรถ จึงช่วยลดการเกิดคราบ และทำให้ล้างรถได้ง่ายขึ้น

att_1408966488_2376379 toyota_2013-07-03-08-48-16

แล้วมาพบสาระดีๆเกี่ยวกับเรื่องรถทุกประเภทได้ใหม่ที่นี่ “อาณาจักรยานยนต์”